ARTICLE2

โรงแรม 5 ดาว ในอุดมคติเป็นอย่างไร

Posted on in ARTICLE2

เราจะมาพูดถึงโรงแรม “ 5 ดาว ” กันนะครับ อะไรคือโรงแรม “ 5 ดาว ” แล้วมันดีกว่าดาวที่ หนึ่ง สอง สาม สี่ ยังไง ถ้าจะให้พูด หลายๆคนก็คงจะนึกถึงโรงแรมหรูๆบริการดี แต่มันจะใช่หรือป่าว เราจะมาไขข้อข้องใจกันครับ
ก่อนอื่นเราจะพูดถึงเรื่องที่ว่าทำไมโรงแรมจึงต้องมีดาว ซึ่งจะให้พูดง่ายๆก็คือ มันมีไว้สำหรับแยกประเภทของโรงแรม ตามมาตรฐานของการบริการของโรงแรมนั่นเอง โดยระดับดาวต่าง ๆก็จะมีหลักเกณฑ์ที่แตกต่างงกันออกไป
โรงแรม “ 5 ดาว ” มีลักษณะคร่าว ๆคือ จะเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ หรู และต้องมีมาตรฐานสากล ที่สูงทุกด้าน โดยแบ่งออกเป็น4 ด้าน นั่นก็คือ ทางด้านของห้องพัก ด้านของการบริการ ด้านของการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และด้านอาหาร เราจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพอย่างเช่น
– ห้องพักที่ต้องมีขนาดที่ไม่เล็กกว่า 30 ตารางเมตร
– ที่ประตูห้องพักต้องมีตาแมว
– ทุกห้องต้องมีโซ่คล้องประตู
– เตียงขนาด 4 ฟุต หรือมากกว่า
– โทรทัศน์ที่ต้องมีขนาดหน้าจอ 20 นิ้วหรือมากกว่า แล้ะองมีช่องมากกว่า 12 ช่อง
– มีตู้เย็น
– มินิบาร์
– กาน้ำร้อน กาแฟ น้ำดื่ม และเครื่องดื่ม
– ที่ขัดรองเท้า
– ตู้สำหรับใส่เสื้อผ้า
– ไฟบริเวณหัวเตียง
– กระจกแต่งหน้า
– เครื่องเขียน
– ถังขยะ
– โต๊ะ เก้าอี้
– โทรศัพท์ติดต่อภายใน และนอกประเทศ โดยโทรศัพท์มีขนาด 16 นิ้วขึ้นไป
– เครื่องใช้อาบน้ำ เช่นเสื้อคลุมอาบน้ำ รองเท้า อ่างกุสซี่ ชักโครก สบู่ แชมพู ที่โกนหนวด หมวกอาบน้ำ ผ้าเช็ดตัว กระดาษชำระ
– Room Sevice
– ห้องอาหาร ห้องนวด สระว่ายน้ำ ห้องน้ำสาธารณะ ห้องน้ำคนพิการ ห้องสำหรับเด็ก และบริการพี่เลี้ยงเด็ก
– ห้องออกกำลังกาย โดยมีอุปกรณ์ออกกำลังกาย 7 ชนิดขึ้นไป
– ห้องประชุม พร้อมอุปกรณ์
– มีแพทย์ประจำโรงแรมตลอด 24 ชั่วโมง
– ต้องมีที่จอดรถมากพอ โดยคิดเป็น 40% ของจำนวนห้องพัก
ที่กล่าวมาเป็นเพียงมาตรฐานส่วนหนึ่งของโรงแรม “ 5 ดาว ”เท่านั้น โดยเรายกมาจากทั้งหมด 350 ข้อ ซึ่งโรงแรมที่จะขึ้นชื่อว่าเป็นโรงแรม “ 5 ดาว ” ได้นั้น ต้องผ่านมาตราฐานโดยคิดเป็นจำนวน 95 % ของจำนวน 350 ข้อ แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานของโรงแรม “ 5 ดาว ” ว่ามีบริการที่ดีขนาดไหนโดยโรงแรมที่มีดาวต่ำกว่า “ 5 ดาว ” ก็จะมีมาตรฐานที่น้อยลงไปเลื่อย ตามระดับของดาว หรือพูดง่ายๆก็คือ ยิ่งดาวมากยิ่งมีคุณภาพทั้งทางด้านของห้องพัก ด้านของการบริการ ด้านของการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และด้านอาหาร โดยดาวสูงสุดคือโรงแรม “ 5 ดาว ” นั่นเอง สำหรับโรงแรมที่ได้รับการรองรับมาตราฐานมาแล้ว ก็จะสามารถอยู่ได้ 3 ปี หากครบ 3 ปีแล้วทางโรงแรมจะต่อทำการต่ออายุ โดยต้องเสียค่าทำเนียมเป็นรายปี